หน้าแรก Formula 1 “แม็กซ์ เวอร์สแตพเพ่น ทำให้ทุกคนดูโง่!” โวลฟ์เดือด หลังเรดบูลคืนฟอร์มสุดโหดที่มอนซ่า

“แม็กซ์ เวอร์สแตพเพ่น ทำให้ทุกคนดูโง่!” โวลฟ์เดือด หลังเรดบูลคืนฟอร์มสุดโหดที่มอนซ่า

0
232

รอบที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ F1 ตามด้วยชัยชนะที่เร็วที่สุด กลายเป็นสุดสัปดาห์สุดมหัศจรรย์ของ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพ่น ที่มอนซ่า ขณะที่เรดบูลคืนฟอร์มอย่างยิ่งใหญ่

แชมป์โลกผู้ครองบัลลังก์และทีมเรดบูลไม่ได้ขึ้นโพเดียมอันดับหนึ่งเลยตลอด 8 สนามเกือบ 4 เดือน โดยหลังจากที่ F1 ไปเยือนอิตาลีครั้งก่อนในเดือนพฤษภาคมที่เอมิเลีย โรมัญญา GP มีเพียง จอร์จ รัสเซลล์ ของเมอร์เซเดสที่คว้าชัยในแคนาดาเท่านั้นที่หยุดแม็คลาเรนซึ่งครองความยิ่งใหญ่ได้

แต่การขาดชัยชนะก็ถูกหยุดลงแบบเด็ดขาด – และเหนือความคาดหมาย – ที่มอนซ่า

เวอร์สแตพเพ่นเอาชนะคู่แข่งชิงแชมป์จากแม็คลาเรนอย่าง แลนโด้ นอร์ริส และ ออสการ์ พิอาสทรี คว้าโพลด้วยรอบที่ทำความเร็วเฉลี่ยสูงที่สุดตลอดกาล (164.466 ไมล์/ชม.)

จากนั้นหลังจากเบียดกับนอร์ริสช่วงต้น 53 รอบการแข่งขัน นักขับดัตช์ก็ทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ และเข้าเส้นชัยด้วยระยะห่าง 19 วินาที

นี่คือช่องว่างที่ใหญ่ที่สุดของฤดูกาล

ความเหนือชั้นนั้นทำให้บอสเมอร์เซเดส โตโต้ โวลฟ์ ซึ่งทีมเข้าเส้นตามหลังผู้ชนะกว่า 32 วินาทีในอันดับที่ 5 ถึงกับยอมรับว่า

“คุณเห็นชัดๆ เลยว่ามีเพียงคนเดียวที่ทำให้ทุกคนดูโง่ไปหมด”


เวอร์สแตพเพ่นพาเรดบูลคืนชีพที่มอนซ่า

มอนซ่าไม่เคยเป็นสนามถนัดของเรดบูล แม้เวอร์สแตพเพ่นจะชนะที่นี่ในปี 2022 และ 2023 แต่นั่นก็อยู่ในช่วงฤดูกาลที่เขาครองความยิ่งใหญ่ที่สุด

ก่อนหน้านั้น เรดบูลมีชัยที่อิตาลีเพียง 2 ครั้งใน 17 ปี (2011 และ 2013 โดย เซบาสเตียน เวทเทล)

ปี 2024 เป็นฝันร้ายที่สุด เขาออกสตาร์ทอันดับ 7 ช้ากว่าโพลของนอร์ริส 0.7 วินาที และจบเพียงอันดับ 6 ตามหลังผู้ชนะ ชาร์ลส์ เลอแคลร์ กว่าครึ่งนาที พร้อมบ่นว่ารถเป็น “สัตว์ประหลาด”

ดังนั้น ความคาดหวังต่อเรดบูลจึงไม่สูงนักเมื่อกลับมาที่สนามที่เร็วที่สุดของ F1 โดยเฉพาะเมื่อแม็คลาเรนดูไร้เทียมทาน และเฟอร์รารีก็มักจะมีของพิเศษในบ้านเกิด

แต่สุดสัปดาห์นี้เริ่มต้นด้วยท่าทีสดใส เวอร์สแตพเพ่นมั่นใจตั้งแต่การซ้อม และเมื่อถึงเวลาสำคัญ เขาก็กดดันเต็มที่

โลรองต์ เมกีส์ ทีมบอสใหม่ยกเครดิตให้เวอร์สแตพเพ่นว่า

“เขาทำเวทมนตร์จริงๆ ในควอลิฟาย ไม่ใช่แค่ในรถ แต่ยังนอกสนาม เขาผลักดันเราให้ลองเซ็ตอัพที่ไม่ปกติ และมันได้ผล”

เมื่อถูกถามหลังชัยชนะ เวอร์สแตพเพ่นตอบว่า:

“ก็แค่ทดลองไปพร้อมๆ กัน พยายามหาทางแก้ เราตลอดฤดูกาลเหมือนหลงทิศ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเจอทิศทางแล้ว”

เขาเสริมในการแถลงข่าวว่า:

“รถทำในสิ่งที่ผมต้องการมากขึ้น ดูเหมือนว่ามันก้าวไปอีกขั้น ทั้งในฟีลลิ่งและในเรซ วันนี้คือสุดสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรา”


ชัยชนะครั้งแรกของเรดบูลหลังยุคฮอร์เนอร์

นี่คือชัยชนะครั้งที่ 125 ของเรดบูล แต่เป็นครั้งแรกที่ไม่มี คริสเตียน ฮอร์เนอร์ อยู่ข้างสนาม

เมกีส์ อดีตวิศวกร Ferrari และ Alpine กำลังคุมทีมเป็นสนามที่ 4 และแม้เจ้าตัวจะถ่อมตัวว่า

“ไม่มีใครทำคนเดียวได้ มันคือความพยายามของทั้งทีม”

แต่เวอร์สแตพเพ่นก็ชี้ว่าเมกีส์มีบทบาทสำคัญ

“ด้วยพื้นฐานที่เป็นวิศวกร เขาถามคำถามที่ใช่กับทีมงาน มันทำให้เราค่อยๆ เจอทิศทางที่มั่นคงขึ้น”

เขายอมรับว่า แม้จะไม่ใช่การคืนบัลลังก์เต็มรูปแบบ แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าเรดบูลเข้าใจรถมากขึ้น และสามารถลุ้นชัยเพิ่มในสนามถัดๆ ไป

“ยังขึ้นกับสนามนะ แต่ผมคิดว่าเรากำลังเข้าใจรถมากขึ้น และบางสนามเราจะมีลุ้นมากกว่าที่อื่น”

อ่านข่าว Formula 1 เพิ่มเติมที่นี่

ดู เอฟวัน ฟอร์มูล่าวัน F1 Formula 1 สด ฟรี

AdBlock Detected!