Alpine คือทีมบ๊วยแห่งศึก Formula 1 ฤดูกาล 2025 แบบไร้ข้อโต้แย้ง แต่ในความตกต่ำสุดขีดนั้น กลับมีสถิติประหลาดที่ทำให้พวกเขากลายเป็น “ทีมอันดับสุดท้ายที่ดีที่สุดเท่าที่ F1 เคยมีมา”
ไม่เคยมีทีมใดในประวัติศาสตร์ F1 ที่จบอันดับสุดท้ายของตารางคะแนนได้พร้อมกับแต้มสะสมมากเท่านี้มาก่อน แม้ Alpine จะจบฤดูกาลโดยมีแต้มตามหลัง Sauber ทีมรองบ๊วยถึง 48 คะแนนก็ตาม
แม้รถแข่งของ Alpine จะถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในรถที่ช้าที่สุดโดยเฉลี่ย แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายจนไร้ทางสู้เสียทีเดียว ตัวเลขในรอบควอลิฟายคือหลักฐานชัดเจน
Pierre Gasly พารถ Alpine เข้าสู่ Q3 ได้ถึง 11 ครั้ง เท่ากับว่าทีมสามารถผ่านเข้าสู่รอบคัดเลือกสุดท้ายได้เกือบครึ่งฤดูกาล ขณะที่ความเสียเปรียบด้านความเร็วต่อรอบ (single-lap pace) เพียงไม่ถึง 1.4% ถือว่าน้อยที่สุดในศตวรรษที่ 21 สำหรับรถที่ช้าที่สุดในกริด
สิ่งนี้สะท้อนภาพรวมของ F1 ยุคใหม่ที่ทั้งสนามมีความใกล้เคียงกันมากขึ้น ด้วยเพดานงบประมาณ กติกาเทคนิคที่รัดกุม และการจำกัดการทดสอบแอโรไดนามิก ทำให้แม้แต่ “ทีมบ๊วย” ก็ยังมีมาตรฐานสูงกว่าสมัยก่อน
แต่ถึงอย่างนั้น Alpine ก็สร้างสถิติที่ไม่น่าจดจำอีกด้านหนึ่ง เมื่อพวกเขา “การันตีตำแหน่งบ๊วย” ได้ตั้งแต่ก่อนสนามสุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนใน F1
ในอดีต ทีมท้ายตารางมักยังมีโอกาสทางคณิตศาสตร์จากผลการแข่งขันสุดพลิกผัน แต่ Alpine ห่างไกลขนาดที่แม้จะเหมาชัยอันดับ 1-2 ในอาบูดาบี ก็ไม่อาจขยับอันดับได้เลย
ฤดูกาล 2025 คือปีที่กริด F1 ใกล้เคียงกันที่สุดในรอบหลายปี และมิดฟิลด์ก็โหดสุดขีด ทว่ารถของ Alpine ไม่สามารถต่อสู้ได้ตลอดระยะทางการแข่งขัน ส่งผลให้นักขับต้องหายไปจากการลุ้นแต้มในหลายสนาม
Gasly ทำคะแนนให้ทีม 100% ของทั้งหมด 22 แต้ม และเกิดขึ้นเพียง 6 สัปดาห์จาก 24 เรซ เทียบกับปี 2024 ที่ Alpine ทำได้ 65 คะแนน และปี 2022 ที่เคยเป็นทีมอันดับ 4 ของตาราง นี่คือการร่วงลงอย่างรุนแรงในเวลาอันสั้น
สาเหตุมีอยู่หลายประเด็น การหันไปโฟกัสกฎใหม่ปี 2026 ตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำให้ปัญหารถที่สืบทอดจากปี 2024 ไม่เคยถูกแก้ไขอย่างจริงจัง ขณะที่คู่แข่งก็ก้าวกระโดดเกินความคาดหมาย
และผลลัพธ์คือจุดต่ำสุดในประวัติศาสตร์ของ Renault ใน F1 เมื่อทีมโรงงานจากฝรั่งเศสจบอันดับสุดท้ายเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เข้าสู่การแข่งขัน
แม้ในปี 2016 ที่ Renault กลับมาอย่างยากลำบาก ยังมีทีมอื่นที่แย่กว่าพวกเขา แต่ปี 2025 ไม่มีใครต่ำไปกว่านี้อีกแล้ว
สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคือ เมื่อเพียงสามปีก่อน Alpine ยังเอาชนะ McLaren ได้ด้วยผลงานล้วน ๆ แต่วันนี้ McLaren ก้าวไปเป็นแชมป์ ส่วน Alpine กลับร่วงสู่ก้นตาราง นี่คือภาพสะท้อนของโอกาสที่ถูกทำหล่น และการบริหารที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
แม้ Flavio Briatore จะกลับมา และถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความตกต่ำครั้งนี้ แต่ปัญหาของ Alpine ฝังรากลึกกว่านั้น ทั้งการบริหารที่สับสนและการตัดสินใจผิดพลาดจากระดับสูง
ความหวังใหม่ถูกโยนไปที่ปี 2026 กับการใช้เครื่องยนต์ Mercedes และเป้าหมายขึ้นโพเดียม ฟังดูสวยงาม…แต่ความจริงในวันนี้ช่างโหดร้าย
จาก “เบสต์ออฟเดอะเรสต์” สู่ “ทีมบ๊วย” ในเวลาเพียงสามปี นี่คือบทสรุปที่ขมขื่นของ Alpine ในฐานะทีมโรงงาน และเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ทีม
เพราะถ้านี่คือจุดต่ำสุดแล้วล่ะก็…มันจะแย่ไปกว่านี้ได้อีกแค่ไหน?
อ่านข่าว Formula 1 เพิ่มเติมที่นี่
ดู เอฟวัน ฟอร์มูล่าวัน F1 Formula 1 สด ฟรี




