วงการฟอร์มูล่าวันต้องตกใจเมื่อแคดดิแลคประกาศว่าเกรแฮม โลว์ดอน จะก้าวลงจากตำแหน่งทีมหลักหลังผ่านไปเพียง 11 เรซของฤดูกาลเปิดตัว ท่ามกลางเสียงตอบรับมากมาย วิลล์ บักซ์ตัน อดีตพิธีกร F1 TV ออกมาพูดชัดเจนว่า หากไม่มีโลว์ดอน ทีมอเมริกันทีมนี้จะไม่ได้อยู่บนกริดเลยด้วยซ้ำ
บักซ์ตัน รู้จักกันดีในวงการพิตเลน ไม่พูดอ้อมค้อมเมื่อพูดถึงผลงานของโลว์ดอน เขาย้ำว่าการปรากฏตัวของแคดดิแลคใน F1 เป็นผลโดยตรงจากงานหนักที่โลว์ดอนทำอยู่เบื้องหลัง ตามความเห็นของบักซ์ตัน โลว์ดอนคือแรงขับเคลื่อนที่นำทีมฝ่าอุปสรรคทางการเมืองและโลจิสติกส์อันซับซ้อนของการก่อตั้งทีมใหม่ในศึกรถสูตรหนึ่งที่โหดหินที่สุดในโลก
การจากไปอย่างเหนือความคาดหมาย
ข่าวการอำลาของโลว์ดอนสร้างความช็อกให้หลายคน เพราะทีมเพิ่งจบช่วงแรกของฤดูกาลแรก แคดดิแลค ซึ่งเข้าสู่ F1 ในฐานะทีมที่ 11 ของศึก มีวี่แววความหวังบ้าง แต่ก็เจอปัญหาการเติบโตตามธรรมชาติของทีมใหม่ โลว์ดอน ผู้มากประสบการณ์ด้านการบริหารมอเตอร์สปอร์ต ถูกมองว่าเป็นมือที่มั่นคงที่คอยนำโปรเจกต์ผ่านช่วงเดือนแรก ๆ
ทีมยังไม่ได้ประกาศชื่อทีมหลักคนใหม่อย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานว่าอดีตผู้บริหารเรโนลต์ที่มีพื้นฐานด้านเทคนิคแข็งแกร่งกำลังถูกวางตัวให้มารับตำแหน่ง การเปลี่ยนผู้นำเร็วขนาดนี้ในชีวิตของทีมทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับทิศทางที่แคดดิแลคต้องการจะไป และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ที่กว้างขึ้นหรือไม่
มรดกของโลว์ดอน
คำชื่นชมของบักซ์ตันที่มีต่อโลว์ดอนไม่ได้เป็นเพียงแค่ความรู้สึก เขาเน้นย้ำถึงความพยายามอันมหาศาลที่ต้องใช้เพื่อก่อตั้งทีม F1 ใหม่ ตั้งแต่การขออนุมัติเข้าแข่งขัน การสร้างรถแข่งที่แข่งขันได้ ไปจนถึงการดึงดูดสปอนเซอร์ โลว์ดอน ซึ่งเคยทำงานกับมาเนอร์ เรซซิง และมีส่วนร่วมในช่วงแรก ๆ ของโปรเจกต์เวอร์จิ้น เรซซิง นำประสบการณ์มากมายมาสู่โปรแกรมแคดดิแลค
ความสามารถในการผ่านกระบวนการคัดเลือกอันเข้มงวดของ FIA และการประกอบทีมที่น่าเชื่อถือจากศูนย์นั้น ในมุมมองของบักซ์ตัน ถือเป็นเรื่องที่น่าทึ่งไม่น้อย คำพูดของอดีตพิธีกรคนนี้บ่งชี้ว่าการจากไปของโลว์ดอนอาจส่งผลกระทบสำคัญต่ออนาคตของทีม เพราะความรู้และความสัมพันธ์ในพิตเลนของเขาไม่ใช่สิ่งที่จะหาคนมาทดแทนได้ง่าย ๆ
อนาคตของแคดดิแลค
ขณะที่แคดดิแลคเตรียมพร้อมสำหรับครึ่งฤดูกาลหลัง ทีมจะต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วกับการเปลี่ยนแปลงผู้นำ ทีมหลักคนใหม่จะเข้ามารับช่วงต่อทีมที่ยังอยู่ในช่วงเรียนรู้ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพพอที่จะเป็นคู่แข่งในกลุ่มกลางได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
การตัดสินใจเปลี่ยนตัวโลว์ดอนเร็วขนาดนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญ และน่าจับตาว่าจะคุ้มค่าหรือไม่ สำหรับตอนนี้ วงการมอเตอร์สปอร์ตต้องไตร่ตรองถึงคุณูปการของชายผู้ที่ตามคำบอกของบักซ์ตัน คือสถาปนิกแห่งความฝัน F1 ของแคดดิแลค ทีมจะไปได้ดีโดยไม่มีเขาหรือไม่ยังต้องรอดู แต่มรดกของเขาถูกบันทึกไว้แล้ว
ในกีฬาที่วัดความสำเร็จกันที่เสี้ยววินาทีและแชมป์ งานเบื้องหลังของบุคคลอย่างโลว์ดอนมักถูกมองข้าม คำพูดของบักซ์ตันเป็นเครื่องเตือนใจว่าเส้นทางสู่กริดนั้นปูด้วยความทุ่มเทและวิสัยทัศน์ของผู้คนที่ไม่ค่อยได้พาดหัว ขณะที่แคดดิแลคก้าวไปข้างหน้า ก็ควรจดจำรากฐานที่โลว์ดอนช่วยสร้างไว้






